คำว่าเกมไม่ได้จำกัดอยู่กับเครื่องเล่นแบบใดแบบหนึ่งอีกต่อไป เพราะหน้าจอหลายประเภทสามารถกลายเป็นพื้นที่สำหรับความบันเทิงได้ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เครื่องเล่นภายในบ้าน และโทรทัศน์ล้วนมีบทบาทที่แตกต่างกัน ผู้พัฒนาจึงต้องคิดถึงวิธีทำให้ประสบการณ์เหมาะกับบริบทของแต่ละอุปกรณ์ PvP Games อาจต้องให้ความสำคัญกับความแม่นยำของการควบคุม ขณะที่ free-to-play games ต้องทำให้การเริ่มต้นเข้าถึงง่าย การออกแบบที่ดีจึงไม่ใช่เพียงการย้ายเกมจากหน้าจอหนึ่งไปยังอีกหน้าจอหนึ่ง แต่ต้องเข้าใจว่าผู้เล่นจะใช้อุปกรณ์นั้นอย่างไร
Pc gaming สามารถรองรับการแสดงผลและการควบคุมที่ละเอียด จึงเหมาะกับเกมที่มีข้อมูลจำนวนมากหรือมีระบบซับซ้อน Strategy Games สามารถใช้พื้นที่หน้าจอเพื่อแสดงแผนที่ รายละเอียดทรัพยากร และสถานการณ์ต่าง ๆ พร้อมกัน ผู้เล่นจึงสามารถวิเคราะห์ภาพรวมได้อย่างสะดวก ความยืดหยุ่นของ Pc gaming ยังทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกอุปกรณ์เสริมและรูปแบบการควบคุมที่เหมาะกับตัวเองได้ ความสามารถในการปรับแต่งเช่นนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แพลตฟอร์มยังคงมีความสำคัญต่อผู้เล่นที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึก
Mobile Games ต้องใช้แนวทางที่แตกต่าง เพราะผู้เล่นมักถืออุปกรณ์ด้วยมือและใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอ Sports games จึงต้องทำให้การควบคุมไม่ยุ่งยาก แต่ยังคงความแม่นยำเพียงพอสำหรับการแข่งขัน การจัดวางปุ่มและข้อมูลจึงมีผลต่อความรู้สึกของผู้เล่นโดยตรง Mobile Games ยังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่ผู้เล่นอาจเปลี่ยนไปตลอดเวลา การออกแบบที่ดีควรทำให้ผู้เล่นสามารถกลับเข้าสู่เกมได้โดยไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวใหม่ทุกครั้ง ความสะดวกจึงเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพ ไม่ใช่เพียงคุณสมบัติเสริม
Console Games และ Console games สามารถสร้างประสบการณ์ที่เน้นความต่อเนื่องและการพักผ่อน ผู้เล่นมักอยู่ในระยะที่เหมาะกับหน้าจอขนาดใหญ่ และคอนโทรลเลอร์ช่วยให้การควบคุมมีความเป็นมาตรฐาน Sports games สามารถใช้จุดแข็งนี้เพื่อสร้างการแข่งขันที่มีภาพและเสียงเต็มรูปแบบ Smart TV Games เพิ่มความเป็นไปได้ให้กับเกมที่ต้องการเข้าถึงผู้เล่นทั่วไป เพราะโทรทัศน์เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในบ้านอยู่แล้ว เมื่อขั้นตอนการเริ่มเล่นไม่ซับซ้อน เกมก็สามารถกลายเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในห้องนั่งเล่นได้ง่ายขึ้น
VR Games แสดงให้เห็นว่าคำว่า “หน้าจอ” อาจเปลี่ยนความหมายไปอย่างสิ้นเชิง ผู้เล่นไม่ได้มองโลกเกมผ่านกรอบสี่เหลี่ยมเพียงด้านหน้า แต่สามารถมองไปรอบตัวและโต้ตอบกับพื้นที่เสมือน การออกแบบจึงต้องคิดถึงตำแหน่งของผู้เล่นทุกทิศทาง Sports games สามารถใช้พื้นที่นี้เพื่อสร้างกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหว ขณะที่เกมสำรวจสามารถทำให้สภาพแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง VR Games จึงนำเสนอรูปแบบการมีส่วนร่วมที่แตกต่างจาก Pc gaming, Mobile Games และ Console Games อย่างชัดเจน
เมื่อทุกแพลตฟอร์มมีจุดแข็งของตัวเอง นักพัฒนาจึงไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกอุปกรณ์เหมือนกัน PvP Games สามารถปรับการควบคุมให้เหมาะกับความแม่นยำของแต่ละระบบ Strategy Games สามารถจัดข้อมูลให้เหมาะกับพื้นที่หน้าจอ Sports games สามารถเปลี่ยนรูปแบบการควบคุมตามอุปกรณ์ Pc gaming ให้ความละเอียด Mobile Games ให้ความคล่องตัว Console Games และ Console games ให้ประสบการณ์ในบ้าน Smart TV Games เพิ่มความเข้าถึงง่าย และ VR Games ใช้พื้นที่สามมิติเป็นส่วนหนึ่งของเกม free-to-play games สามารถทำหน้าที่เป็นรูปแบบที่ช่วยให้ผู้เล่นทดลองประสบการณ์ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องจำกัดตัวเองไว้กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
ในอนาคตเกมอาจถูกออกแบบโดยคำนึงถึง “สถานการณ์ของผู้เล่น” มากกว่าอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว ผู้เล่นอาจเลือก Pc gaming เมื่อต้องการความละเอียด ใช้ Mobile Games เมื่อต้องการความสะดวก และกลับไป Console Games หรือ Smart TV Games เมื่ออยู่บ้าน หากต้องการประสบการณ์ที่แตกต่างก็สามารถเข้าสู่ VR Games ได้ ขณะที่ PvP Games, Strategy Games และ Sports games จะปรับตัวเข้ากับรูปแบบการควบคุมที่หลากหลาย free-to-play games จะยังช่วยให้ผู้เล่นค้นพบเกมใหม่ได้ง่ายขึ้น แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่การทำให้ทุกหน้าจอเหมือนกัน แต่คือการใช้จุดแข็งของแต่ละหน้าจอเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เล่นในช่วงเวลานั้น
